Browsed by
เดือน: ธันวาคม 2018

UFABET168 5 ทีมฟอร์มเทพที่สมควรได้แชมป์พรีเมียร์ลีก…แต่แผ่วจนตกม้าตาย

UFABET168 5 ทีมฟอร์มเทพที่สมควรได้แชมป์พรีเมียร์ลีก…แต่แผ่วจนตกม้าตาย


ซิตี้ ว่าไง?

UFABET168ใครจะคิดว่า แมนฯ ซิตี้ ที่ไร้เทียมทานอยู่เกือบครึ่งฤดูกาล ทว่าเมื่อเข้าเดือนธันวาคม หลายสิ่งจะเปลี่ยนไปจนเป็นคนละทีม…เอาล่ะพวกเขายังไม่หมดลุ้นเเชมป์ แต่ต้องระวังไว้หน่อยเพราะนี่คือ 5 ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นเเล้วว่าหากแผ่วขึ้นมาจะจบแบบศพไม่สวยเช่นไร?


1. นิวคาสเซิล 1995/96

“เมื่อคุณฟังสิ่งที่เขา(อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน)พูดถึง ลีดส์ ผมก็เงียบมาตลอด แต่ผมอยากจะบอกพวกคุณ เขาไม่อยู่ในสายตาและผมไม่เคารพเขาอีกต่อไป ” เควิน คีแกน ให้สัมภาษณ์อย่างตบะแตกหลังเกมที่ นิวคาสเซิล ของเขา ปราบ ลีดส์ 1-0 ขณะที่ไม่กี่เกมให้ลุ้นแชมป์กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

“คุณเอาคำพูดของผมไปบอกเขาได้เลย เรายังคงอยู่ในเส้นทางการต่อสู้ลุ้นแชมป์ และเขาก็จำเป็นต้องบุกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรซ์ แล้วได้อะไรบางอย่างกลับมาบ้าง ด้วยความสัตย์จริง ผมจะสะใจ สะใจมากๆ ถ้าพวกเราแซงพวกเขาได้ สะใจสุดๆเลย”

สุดท้ายพวกเขาทำไม่ได้ ทั้งๆที่ทีมชุดนั้นของ “สาลิกาดง” มีนักเตะดีๆอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และ ดาวิด ชิโนล่า พร้อมกับมีสไตล์เปิดเกมรุกเดินหน้าฆ่าคู่แข่ง

โดย 10 เกมแรกของฤดูกาล ทีมดังแห่งอีสาน ชนะถึง 9 จาก 10 นัดแรก และเมื่อถึงเดือนมกราคม นิวคาสเซิล นำ อันดับ 2 ห่างถึง 12 แต้ม จนทำให้แฟนๆคิดว่า การรอคอยแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 1927 กำลังจะสิ้นสุดลง

ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยอม โดย 15 เกมสุดท้ายนั้น “ปีศาจแดง” ชนะไปถึง 13 นัด พร้อมกับแซงหน้า “สาลิกาดง” เป็นแชมป์หน้าตาเฉย พร้อมทิ้งความเจ็บปวดให้ “ทูน อาร์มี่” ตลอดมา

อย่างไรก็ตาม เราก็จดจำ นิวคาสเซิล ชุดนั้นว่าเป็นทีมที่เล่นได้เร้าใจแฟนๆได้มากที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก


2. ลิเวอร์พูล 2013/14

หากไม่มีใครบางคน “ลื่น” ในวันนั้น ป่านนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกไปแล้ว

โดยปีนั้น “หงส์แดง” เริ่มต้นได้ดีด้วยการชนะสามเกมรวด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ด้วย ทว่าพอเข้าสู่เดือนธันวาคม พวกเขากลับตามหลังจ่าฝูงถึง 7 แต้ม พร้อมทั้งทำท่าว่าจะหมดลุ้นแชมป์อีกครา

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังของสามแนวรุกอย่าง หลุยส์ ซัวเรส, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำให้ทีมยิงได้ถล่มทลายในหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเหนือ นอริช (5-1), เวสต์แฮม (4-1), สเปอร์ส (5-0) และ คาร์ดิฟฟ์ (3-1) จนสุดท้ายเมื่อจบซีซั่น ลิเวอร์พูล ยิงรวมได้ถึง 101 ประตู

แต่ถึงยิงได้ขนาดนั้น ทว่าพวกเขากลับอดเป็นแชมป์ เพราะจุดอ่อนคือเกมรับที่เสียไปถึง 50 ลูก

ที่น่าเสียดาย คือ ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ ขึ้นจ่าฝูงตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม พร้อมกับทำท่าว่าจะได้หยุดการรอคอยที่ยาวนาน แต่ เชลซี ก็มาหยุดความฝันของ เดอะ ค็อป ด้วยการชนะ 2-0 ก็ที่ คริสตัล พาเลซ จะมายันเสมอ 3-3 จนทำให้สถานการณ์พลิกผลัน

และนั่นทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีโอกาสชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และเหล่า “ชาวหงส์” ก็ยังคงต้องรอความสุขแบบนั้นต่อไป


3. เชลซี 2007/08

ผู้จัดการทีม เชลซี ที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล คือ อัฟราม แกรนท์

เพราะตลอดเวลาที่เขาคุมทีมใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่มีใครเคยเชื่อมือเขาแม้แต่น้อย เพราะทุกคนรู้สึกว่า แกรนท์ ใช้เส้นสายของเจ้าของทีมเข้ามา

โดยหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จากไปในเดือนกันยายน “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ชนะทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ฟูแล่ม ในอีกสามเกมถัดมา พร้อมกับตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 7 แต้มและยังแข่งมากกว่า

ทว่า หลังจากนั้น เทรนเนอร์ชาวอิสราเอล พาทีมแพ้เพียงเกมเดียวจาก 30 นัด(ชนะ 22) พร้อมกับมีโอกาสลุ้นแชมป์ตลอดทั้งปี

โชคร้ายที่เมื่อจบ 38 เกม 85 คะแนนของพวกเขาอาจจะได้แชมป์เมื่อแข่งในซีซั่นอื่น แต่ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอม โดย “ปีศาจแดง” เก็บได้ 87 คะแนน พร้อมกับคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจ

นอกจากนี้ ทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ ยังฝากรอยแผลในใจเหล่า “เดอะ บลู” อีกครั้ง หลังจากที่ ยูไนเต็ด ปราบ เชลซี ในรองชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่ จอห์น เทอร์รี่ “ลื่น” จนพลาดจุดโทษในช่วงตัดสินนั่นเอง


4. อาร์เซนอล 1998/99 UFABET

ถ้าคุณยังเด็ก คุณอาจจะไม่เชื่อว่า อาร์เซนอล เคยมีทีมชุดที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจและสวยงามขนาดนี้(ฮา)

โดยทีมชุดนั้นของ อาร์แซน เวนเกอร์ พลาดท่าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด(อีกแล้ว) ใน พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ(ปีนั้น “ปีศาจแดง” ได้สามแชมป์)

ปีนั้น “ปืนใหญ่” เก็บได้ทั้งหมด 78 แต้ม และแพ้ให้กับ ยูไนเต็ด เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

จุดเด่นของพวกเขาคือ เกมรับ ที่นำทัพโดย เดวิด ซีแมน, โทนี่ อดัมส์, ปาทริค วิเอร่า และ เดนนิส เบิร์กแคมป์ โดยตลอดทั้งฤดูกาล อาร์เซนอล เสียเพียง 17 ประตูเท่านั้น ซึ่งนั่นดีกว่า “แชมป์” อย่าง แมนฯ ยู เสียอีก


5. แมนฯ ยูไนเต็ด 2011/12

หลังจากที่สร้างความเจ็บช้ำมาให้กับหลายทีม ถึงคราที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับสถานการณ์แบบเดียวกันบ้าง โดยพวกเขากลายเป็นทีมที่ได้คะแนนสูงที่สุด แต่อดแชมป์เมื่อจบ 38 เกม

โดยต้นฤดูกาลนั้น ยักษ์ใหญ่แห่งแมนเชสเตอร์ โชว์ฟอร์มโหดด้วยการชนะ 5 นัดติดต่อกัน พร้อมยิงถล่มทลาย ทั้งเกมที่ชนะ เวสต์บรอมวิช (2-1), เอฟเวอร์ตัน (3-0), อาร์เซนอล (8-2), โบลตัน (5-0) และ (3-0) ทว่ารอยด่างก็คือ การโดนเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญอย่าง แมนฯ ซิตี้ บุกมาถล่มคา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 6-1 ในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทุกอย่างยังเป็นใจ เมื่อพวกเขานำโด่งจ่าฝูง ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีช่วงหนึ่งที่ชนะเพียงเกมเดียวจาก 5 เกม

ยูไนเต็ด เคยนำ ซิตี้ ถึง 8 แต้ม ขณะที่เหลือเวลาเพียง 6 นัด ทว่า การพ่ายแพ้ต่อ วีแกน UFABET และ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 0-1 ทั้งสองเกม ก็ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป

และ “ปีศาจแดง” ยังมาพลาดท่าเสมอ เอฟเวอร์ตัน 4-4 ในเวลาต่อมา จนทำให้ชะตากรรมลุ้นแชมป์ไม่ได้อยู่ในมือพวกเขา เพราะแม้จะมีคะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ซิตี้ บานเบอะ

ไคลแม็กซ์ มาเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของวันสุดท้ายแห่งซีซั่น หลังจากที่ ยูไนเต็ด ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ขณะที่สกอร์ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็น “เรือใบ” ตามหลัง คิวพีอาร์ 1-2

สุดท้ายเป็นอย่างที่เรารู้กัน เมื่อ ซิตี้ ยิงสองประตูรวด พร้อมกับปล้นแชมป์ของ “ปีศาจแดง” ในสามนาที

พร้อมกับทิ้งให้เป็นเกมแห่งตำนานตลอดกาล…


Powered by UFABET

ufabet168 8 เรื่องไฮไลต์สำคัญสัปดาห์ของโลกลูกหนังสัปดาห์นี้

ufabet168 8 เรื่องไฮไลต์สำคัญสัปดาห์ของโลกลูกหนังสัปดาห์นี้


จากโซลชาร์ถึงอิกวาอิน

ufabet168 การกลับมาของกุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน, โค้ชแดนกังหันลมที่กำลังคืนฟอร์มอีกครั้ง และ กองหน้าเลือดฟ้าขาวฟอร์มตก ไมเคิล โยคิน สรุปเรื่องราวเหล่านี้ไว้ให้แฟนลูกหนังแล้ว


แฟนปีศาจแดงควรเรียนรู้จากความผิดพลาดที่คาร์ดิฟฟ์

ufabet168

ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเหลือเกินที่ โอเล กุนนาร์ โซลชา จะประเดิมสนามคุมทัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับทีมเก่า คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในสุดสัปดาห์นี้ โดยโค้ชชาวนอร์เวย์ได้รับหน้าที่กุนซือทีมน้องใหม่จากเวลส์ในเดือนมกราคมปี 2014 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 5 ปีมาแล้ว และในตอนนั้น เดอะ บลูเบิร์ด ต้องเปลี่ยนจากชุดเก่งสีน้ำเงินไปใส่ชุดสีแเดง หลังจาก วินเซนต์ ตัน เจ้าของสโมสรได้เปลี่ยนสัญลักษณ์นกนางนวลให้กลายเป็นมังกรแดง

ตันได้เปลี่ยนหัวหลักของสโมสร โดยที่เขาไม่ได้เคารพประวิติศาตร์ของทีมหรือความรู้สึกของแฟนบอลแม้แต่น้อยเลย และคิดผิดว่าคาร์ดิฟฟ์เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว แต่แฟนบอลก็แสดงให้เห็นว่าวิธีการของเขามันเป็นในทางที่ผิด จนทำให้ตอนนี้สโมสรจากเวลส์กลับมาสวมเสื้อชุดสีน้ำเงินอีกครั้ง

เจ้าของทีมปีศาจแดงก็มีความผิดคล้ายๆกันที่ไม่เคารพสโมสร แต่เสียงของแฟนบอลสำหรับพวกเขานั้นยากที่จะได้ยิน สโมสรจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้้ด้วยตัวเองและทำให้ทีมกลับมาชื่อเสียงอีกครั้ง และโซลชาก็น่าจะช่วยพวกเขาได้  แม้อดีตหัวหอกของทีมคนนี้อาจจะเป็นแค่กุนซือขัดตาทัพ แต่เขาก็รู้ดีกว่าใครว่าสโมสรนี้มีความหมายแค่ไหน

เกิดอะไรขึ้นกับอิกวาอิน?

ufabet168

 

นายใหญ่มิลาน เจนนาโร่ กัตตูโซ่ หมกมุ่นกับอาการปืนผืดของกอนซาโล่ อิกวาอิน หลังจากที่ทีมเสมอกับโบโลญญ่าไป 0-0 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งๆที่กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์เริ่มฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าประทับใจหลังย้ายจากยูเวนตุสด้วยสัญญายืมตัว แต่หลังจากที่เขาพลาดยิงประตูในเกมดาร์บี้แมตช์ที่พบกับอินเตอร์เมื่อ 2 เดือนก่อนความมั่นใจของเขาก็ค่อยๆหายไป

อิกวาอินมีโอกาสจะยิงประตูได้อีกครั้งในเกมที่พบยูเวนตุส แต่เขากลับยิงจุดโทษพลาดและสุดท้ายก็พ่ายให้ทีมจากตูรินไป 2-0 ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงในเวลาต่อมา ถึงแม้กองหน้าฟอร์มฝืดกลับมาจากการโดนโทษแบนแต่ก็ไม่สามารถยิงประตูได้อีกครั้งในเกมยูโรป้า ลีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อิกวาอินไม่ได้ยิงประตูมา 7 นัดติดแล้ว ปล่อยให้กัตตูโซ่ต้องออกมาแก้ต่างกับสื่อว่า “กอนซาโล่รู้ดีว่าเขาทำได้ดีกว่า” ทำให้สปอตไลท์จับจ้องไปที่อดีตกองหน้าเรอัล มาดริด ในเกมวันเสาร์นี้พบกับ ม่วงมหากาฬ ฟิออเรนติน่า ที่มีดาวยิงรุ่นน้องในทีมชาติอย่าง โจวานนี่ ซิเมโอเน่ ที่กลับมายิงประตูได้อีกครั้งแล้ว


แฟร้งเฟิร์ตในยุคที่ไร้โควัช

ufabet168

 

เราได้รู้มาก่อนแล้วว่าเกมสุดท้ายที่ นิโก้ โควัชทำหน้าที่กุนซือในไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ตคือเกมที่พวกเขาเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค ว่าที่ทีมใหม่ของเขา ไป 3-1 ในนัดชิงฟุตบอลถ้วยของเมืองเบียร์ ก่อนที่เขาจะจากไปเยี่ยงวีรบุรุษ แต่ทว่าในตอนนี้ อินทรีแดงดำกลับทำได้ดีกว่าตอนที่โควัชอยู่ซะอีก

ภายการดูแลทีมของ อาดี้ ฮุตเตอร์ กุนซือใหม่ชาวออสเตรียที่พาทีม ยัง บอยส์ คว้าแชมป์ลีกในสวิตฯเมื่อฤดูกาลที่แล้ว พาแฟร้งค์เฟิร์ตบินสูงในฤดูกาลนี้หลังทำได้ 27 แต้มจาก 16 เกม แถมเคยทำอันดับทิ้งห่างเสือใต้ได้ด้วย แม้ตอนนี้ทีมจากแคว้นบาวาเรียจะเริ่มคืนฟอร์มกลับมาตามหลังจ่าฝูงอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แค่ 6 แต้มแล้วก็ตาม

ลูกยิงของฟร้องค์ ริเบรี่ในช่วงท้ายเกมที่พบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในคืนวันพุธที่ผ่านมา สำคัญกับตัวของโควัชมากๆเพราะมันทำให้ตำแหน่งของเขายังปลอดภัยอยู่ในช่วงพักเบรกหนีหนาวนี้ แต่ในสุดสัปดาห์นี้ที่ต้องพบกับแฟร้งเฟิร์ตอาจทำให้โควัชอับอายก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องรับมือกับ ลูก้า โยวิช ดาวรุ่งชาวเซิร์บที่โควัชเคยปั้นมากับมือและยิงกระจายในบุนเดสลีก้าฤดูกาลนี้

อัล ไอน์จะหยุดเรอัล มาดริดได้มั้ย?

สิ่งที่สุดยอดที่สุดของอัล ไอน์ในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกฤดูกาลนี้คือ การที่พวกเขาเคยตามหลัง เวลลิงตัน สโมสรจากนิวซีแลนด์ในรอบแรก 3-0 แต่ตอนนี้ทีมเจ้าบ้านได้เข้าไปเล่นในรอบชิงแล้ว หลังเอาชนะริเวอร์ เพลท แชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรสด้วยการยิงจุดโทษชี้ขาด ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ดูน่าสนใจไม่น้อย แต่คงจะเป็นที่น่าจดจำมากกว่านี้หากทีมจาก อาบูดาบี จะคว้าแชมป์ไปได้ในบั้นปลายของทัวร์นาเม้นต์

ยูเวนตุสควรคว้าตัว เอ็มบาย ดิอาเน่ กลับมาหรือไม่?

ในปี 2013 ยูเวนตุสคว้าตัวกองหน้าโนเนมชาวเซเนกัล นามว่า เอ็มบาย ดิอาเน่ มาจากสโมสรในดิวิชั่นสี่ ซึ่งเขาไม่ได้ลงเล่นให้ม้าลายเลยซักนัด แต่ก็ได้ย้ายไปเล่นในต่างแดนทั้งในเบลเยี่ยม, ซาอุดิอาราเบีย, ฮังการี และ จีน  

ในเดือนมกราคม ดิอาเน่ได้ย้ายมาร่วมทีมคาซิมปาซ่าในลีกตุรกี และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทันที เขาถล่มประตูไป 18 ลูกจาก 16 นัดในฤดูกาลนี้ รั้งดาวซัลโวสูงสุด ซึ่งผลงานล่าสุดก็คือยิงไป 2 ประตูในเกมที่พบกับยักษ์ใหญ่ในลีกอย่างเฟเน่บาร์เช่ ในอาทิตย์นี้คาซิมปาซ่าจัต้อนรับการมาเยือนของเบซิคตัสยักษ์ใหญ่ในลีกอีกทีม และมีแมวมองจากหลายสโมสรจับตาดูกองหน้าวัย 27 ปีอย่างใกล้ชิด ยูเวนตุสสนใจจะคว้าตัวเขากลับไปมั้ยล่ะ?

โกรสคอยซ์กลับมาสนุกกับเกมลูกหนังอีกครั้ง

ด้วยเส้นทางอาชีพลูกหนังที่ไม่ปกติไปจากเดิม ปัจจุบัน เควิน โกรสคอยซ์ กำลังค้าแข้งกับทีมในดิวิชั่นสามของเยอรมัน อดีตนักเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คนนี้คือหนึ่งในผู้เล่นชุดที่ทัพอินทรีเหล็กคว้าแชมป์โลกในปี 2014 แต่เส้นทางของเขากลับตกต่ำลงไปนับตั้งแต่ย้ายออกจากทีมเสือเหลืองเมื่อ 3 ปีกับอีก 6 เดือนที่แล้ว

การย้ายไปเล่นกับกาลาตาซารายดูไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ ขณะที่สัญญาของเขากับทีมสตุตการ์ทก็ถูกยกเลิกหลังมีเรื่องชกต่อยข้างถนน เมื่อฤดูกาลที่แล้วกองหลังสารพัดประโยชน์เล่นให้กับดาร์มสตัดท์ ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ เออร์ดิงเก้น ทีมดิวิชั่นสามในซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหาที่ที่เหมาะสมกับตัวเองเจอแล้ว โดยกำลังพาทีมมีลุ้นเลื่อนชั้นในฤดูกาลนี้หลังคว้าชัยชนะมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว

ดิ๊ก อั๊ดโวคาท กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง

ทันทีที่ดิ๊ก อั๊ดโวคาท ไม่สามารถช่วยให้สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัมรอดตกชั้นได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เส้นทางกุนซือของเขาดูเหมือนจะจบลงแล้ว แต่เขายังไม่ยอมแพ้ หลังโค้ชวัย 71 ปีรับหน้าที่กับสโมสร อูเทร็คท์ในบ้านเกิด เมื่อเดือนกันยายน ซึ่งเป็นทีมที่เขาเคยลงเล่นมาก่อนในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้งก่อนจะแขวนสตั๊ดไปในปี 1984

ในตอนนี้อูเทร็คท์เล่นบอลด้วยเกมรุกที่ยอดเยี่ยม และคว้าอันดับสี่ในลีกอยู่ตอนนี้หลังจากคว้าชัยชนะได้ 7 จาก 9 นัด แม้แต่แข้งจอมเก๋าในทีมอย่าง เออร์บี้ เอ็มมานูเอลสัน ยังสนุกไปการคุมทีมของ อั๊ดโวคาทเลย

ในวันอาทิตย์นี้ เอ็มมานูเอลสัน จะพบต้องเผชิญหน้ากับ อาแจ็กซ์ สโมสรเก่าของเขา และตัวอั๊ดโวคาทก็ดูมั่นใจไม่น้อย หลังสถิติของอาแจ็กซ์ชนะแค่ 5 จาก 17 นัดล่าสุดที่พบกับพวกเขาเท่านั้น

บาร์ซ่ากำลังยำเกรงอัสปาส

บาร์เซโลน่ามีทีมที่พวกเขามักจะแพ้ทางอยู่นั้นก็คือ เซลต้า บีโก้ที่มียาโก้ อัสปาสอยู่ หลังสร้างปัญหาให้พวกเขาบ่อยครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา อัสปาสอาจจะล้มเหลวกับลิเวอร์พูล แต่หัวหอกคือดาวเด่นของทีมแคว้นกาลิเซียตัวจริง และสถิติยามพบกับเจ้าบุญทุ่มของเขาก็ยอดเยี่ยมมากๆ หลังยิงไป 5 ประตูจากพบกัน 5 ครั้งล่าสุด

อัสปาสฟอร์มเข้าฝักอย่างมากๆในฤดูกาลที่แล้ว เขายังมีส่วนร่วมในเกมที่เซลต้าเอาชนะทีมจากกาตาลันไป 4-1 ในปี 2015 และ 4-3 ในปี 2016 ซึ่งในวันเสาร์นี้เขาจะต้องออกไปเยือนคัมป์ นู ในฐานะชาวสเปนที่ยิงเยอะที่สุดในฤดูกาลนี้ หลังกดไป 10 ลูกแล้ว เชื่อว่าอัสปาสจะต้องสร้างปัญหาให้กับลูกทีมของเอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ไม่น้อยเลย


Powered by UFABET

UFABET168 8 แข้ง(ไทย)ขิงแก่ เล่นไทยลีก 2019 ได้สบาย

UFABET168 8 แข้ง(ไทย)ขิงแก่ เล่นไทยลีก 2019 ได้สบาย


เตะให้เด็กมันดู

UFABET168 ในยุคที่ฟุตบอลไทยลีกมีเหล่าดาวรุ่งก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดทุกปี จนค่าเฉลี่ยของอายุผู้เล่นลดลงเรื่อยๆ


ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีต่อวงการฟุตบอลไทย แต่ในบางครั้ง แข้งเก๋ามากประสบการณ์ก็ยังคงจำเป็นสำหรับการประคองน้องๆในทีม และนี่ก็คือ 8 นักเตะขิงแก่สัญชาติไทยที่ยังเล่นในโตโยต้าไทยลีก 2019 ได้อย่างสบาย


สุเชาว์ นุชนุ่ม

“กัปตันกบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม จะมีอายุครบ 36 ปี ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562 นี่คือเป็นอีกหนึ่งนักเตะขิงแก่ที่มีส่วนสำคัญของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ในการป้องกันแชมป์โตโยต้าไทยลีก

แม้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะผลักดันดาวรุ่งก้าวมาเป็นแกนหลักของทีมมากขึ้น แต่หลายๆครั้งก็ต้องพึ่งพาอาศัยแข้งเก๋าที่มีประสบการณ์ นั้นก็ทำให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม รับบทบาทเป็นพี่ใหญ่ในทีมที่ต้องค่อยประคองน้องๆในทีม สภาพร่างกายที่เริ่มโรยรา ความเร็วที่ลงลง ไม่ใช่ปัญหา เมื่อประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แถมเรื่องความฟิตที่ดูแลตัวเองอยู่ตลอดก็ความสามารถสู้กับแข้งรุ่นน้องได้อย่างสบาย

ufabet168

อดุลย์ หมื่นสมาน

‘มีสเตอร์โปรโมต’ อดุลย์ หมื่นสมาน แข้งเก๋าปีที่ผ่านการพาทีมจากลีกรองเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้ถึง 5 ครั้ง และในฤดูกาลที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการพา พีที ประจวบ เอฟซี ต่อกรกับคู่แข่งทีมต่างๆในโตโยต้าไทยลีกได้แบบไม่เป็นรอง

ฤดูกาล 2019 “บังดุลย์” อดุลย์ ยังได้รับความไว้วางใจจาก “ต่อพิฆาต” ให้อยู่ช่วยทีมต่อ แม้อายุจะปาเข้าไป 37 ปีแล้วก็ตาม แต่ด้วยการรักษาสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาสามารถวิ่งไล่แย่งบอลจากแข้งรุ่นน้องได้อย่างสบาย แถมประสบการณ์อันโชกโชนบวกกับความเก๋าในการอ่านเกมที่ดีนั้น ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องออกแรงมากในการยืนระยะบนลีกสูงสุดเมืองไทย


สมภพ นิลวงษ์

อีกหนึ่งแข้งเก๋าของ พีที ประจวบ ยูไนเต็ด ที่น่าได้อยู่กับทีมต่อจากผลงานที่ดีของเขาในปีที่ผ่านมาสำหรับการยืนคุมหลังบ้านให้กับทีม

สมภพ นิลวงษ์ เป็นนักเตะที่ร่วมงานกับ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อองตระกูล มานานเรียกว่ารู้ใจกันเป็นอย่างดี ในวัย 36 ปี ก็ยังสามารถยืนเป็นตัวเลือกในเกมรับของ พีที ประจวบ ในฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มขึ้นนี้ โดยเฉพาะจังหวะเข้าบอลที่ดุดัน ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของแนวรับตัวเก๋ารายนี้


อมร ธรรมนาม

ฤดูกาล 2018 เป็นปีที่ อมร ธรรมนาม ถูกกลับมาพูดถึงเป็นอย่างมาก หลังจากหายหน้าไปนาน ผลงาน 8 ประตูในโตโยต้าไทยลีกให้กับ พีที ประจวบ ถือเป็นผลงานอันน่าทึ่ง

ฟอร์มอันร้อนแรงในปีที่ผ่านมาก็การันตีได้เลยว่า ฤดูกาล 2019 อมร ธรรมนาม ในวัย 35 ปี จะยังคงเป็นทีเด็ดของ “ต่อพิฆาต” ในการใช้ความเร็วเล่นงานเกมรับคู่แข่ง เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาสำหรับนักเตะอายุขนาดนี้ที่เล่นในตำแหน่งริมเส้นแล้วสามารถกระชากลากเลื้อยเหมือนกับเด็กอายุยี่สิบต้นๆ ufabet


พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

“พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งอดีตกองกลางทีมชาติไทยอย่าง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก และในฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มต้นนี้เขาก็คือแข้งที่ค่อยประคองน้องๆในทีมสำหรับการเป็น น้องใหม่

อายุที่มากขึ้น ส่งผลต่อสภาพร่างกายที่ดูจะช้าลงในจังหวะการทำเกมในแดนกลาง แต่ประสบการณ์ของ พิชิตพงษ์ น่าจะช่วยให้ เชียงใหม่ เอฟซี ต่อกรกับทีมอื่นๆในลีกสูงสุดได้ การจ่ายบอล การคุมจังหวะเกม คือสิ่งที่ทีมจะได้ประโยชน์จากเขา แถมมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลแถวสองอีกด้วย


สุรีย์ สุขะ

อดีตแบ็คขวาทีมชาติไทยวัย 36 ปี ยังคงยืนหยัดเล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทยได้อย่างสบาย และในฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้เขาก็ยังคงเป็นกำลังหลักของ ราชบุรี มิตรผล ในเกมรับทางฝั่งขวา

แบ็คขวาที่มีสไตล์เติมเกมบุกอย่างดุดัน อาจจะลดเรื่องการเติมเกมบุกไปบ้าง ด้วยวัย แต่หลายๆเกมเราก็ยังเห็นเขาขึ้นไปสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมในจังหวะบุก ขณะที่เกมรับก็ดูจะเก๋าขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าใครจะเลี้ยงผ่านเขาได้ง่ายๆ


พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

แข้งใหม่ป้ายแดง “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่กลับมาอยู่กับทีมเป็นครั้งที่สองหลังจากก่อนหน้านี้เคยมาเล่นในฐานะการยืมตัวมาแล้ว

บีจี เอฟซี ตกชั้นไปเล่นในไทยลีก2 รวมไปถึงการประกาศอำลาสโมสรที่รับใช้ทีมอย่างยาวนานถึง 10 ปี ก็ทำให้หลายทีมตาลุกวาว UFABET168  แต่สุดท้ายก็เป็น สิงห์ เชียงราย ที่ได้ตัวมาร่วมทีม ซึ่งการมาของ พิรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ก็น่าจะช่วยแผงแดนกลางดูแกร่งมากขึ้น แถมเรื่องความฟิตของกองกลางมากประสบการณ์รายนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย


อนุชา กิจพงษ์ศรี

หนึ่งในคีย์แมนที่พา ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก สำหรับ อนุชา กิจพงษ์ศรี แบ็คซ้ายมากประสบการณ์ UFABET ที่ฤดูกาลหน้าก็ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมในการต่อกรกับคู่แข่งในลีกสูงสุด

แม้อายุจะปาเข้าไปที่ 35 ปี แต่ “บอยเทอร์โบ” อนุชา ก็ยังสามารถเติมรุกในแบบฉบับของตนเองได้อย่างดี แถมลูกเปิดของเจ้าตัวก็เป็นอีกหนึ่งทีเด็ดให้กับ ตราด เอฟซี ที่ว่าเป็นนักเตะขิงแก่ที่เต็มไปด้วยคุณภาพอีกคนหนึ่ง


Powered by UFABET

ufabet168 10 กองหน้าที่ยิงประตูไม่ได้นานที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ufabet168 10 กองหน้าที่ยิงประตูไม่ได้นานที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ufabet168 ในการจัดอันดับครั้งนี้ มีกองหน้าที่เคยลงเล่นให้ทั้งอาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด รวมอยู่ด้วย และทั้ง 10 คนนี้ ก็คือกองหน้าที่มีสถิติทำประตูไม่ได้ยาวนานที่สุดในพรีเมียร์ลีก

แม้พรีเมียร์ลีกจะเต็มไปด้วยกองหน้าฝีเท้าดีหลายคน แต่เกือบทุกคนก็เคยผ่านช่วงที่ตัวเองทำประตูไม่ได้ต่อเนื่องมาแล้ว ดูอย่าง กาเบรียล เฆซุส ของแมนฯ ซิตี้ สิ ฤดูกาลที่แล้วเขาทำไป 13 ประตู จาก 29 เกม แต่ตอนนี้ หัวหอกบราซิเลี่ยนทำประตูไม่ได้มา 11 เกมติดต่อกันแล้ว

ขณะที่เอเดน อาซาร์ก็ทำประตูไม่ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่มันก็ยังยากที่เขาจะมาติดการจัดอันดับในครั้งนี้ เพราะทั้ง 10 คนนี้ มีสถิติการทำประตูไม่ได้ต่อเนื่องกันนานมากๆ ชนิดที่คุณคงไม่อยากเชื่อเลยล่ะ


อันดับ 10 : เฌเรมี่ อลิยาดิแยร์ (39 เกม)

ufabet168

 

อลิยาดิแยร์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้ ในเกมที่อาร์เซนอลซึ่งเป็นต้นสังกัดของเขา เอาชนะเวสต์บรอมไป 5-2 ในปี 2002 แต่เขาต้องรออีกเกือบ 5 ปี กว่าจะทำประตูที่ 2 ของตัวเองบนลีกสูงสุดแดนผู้ดีได้ ตลอดเวลาที่อยู่กับทัพปืนใหญ่ เขาทำประตูได้เพียงลูกเดียว และตอนที่ลงเล่น 7 นัด ให้เวสต์แฮมด้วยสัญญายืมตัว เจ้าตัวก็ทำประตูไม่ได้เลย

กองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้กลับมาทำประตูได้อีกครั้งในตอนที่เล่นให้กับมิดเดิลสโบรช์ ในเกมบุกเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2007 อย่างไรก็ตาม ประตูนั้นก็ไม่สามารถช่วยให้ทัพโบโร่เก็บคะแนนได้ เมื่อพวกเขาจบเกมด้วยการแพ้อย่างขาดลอย 1-4 แต่อย่างน้อย มันก็ช่วยหยุดสถิติปืนฝืดต่อเนื่องของอลิยาดิแยร์ไว้แค่เพียง 39 เกม เท่านั้น


อันดับ 7 (ร่วม) : พอล สจ๊วร์ต (40 เกม)

ในตอนแรก สจ๊วร์ตเหมือนจะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ในแอนฟิลด์ เมื่อเขาทำประตูแรกได้ตั้งแต่เกมเปิดตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 1992 แต่ความเป็นจริงก็คือ นั่นเป็นประตูเดียวที่อดีตดาวยิงแบล็คพูลทำให้ทัพหงส์แดงได้

หลังจากการประสบปัญหาบาดเจ็บบ่อยๆ และมีฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ สจ๊วร์ตก็ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพ กับคริสตัล พาเลซ, วูล์ฟสฯ, เบิร์นลีย์ และซันเดอร์แลนด์ และกับทัพแมวดำ ดาวยิงผู้ติดทีมชาติอังกฤษ 3 นัดรายนี้ ก็ทำผลงานได้ดีอีกครั้ง และเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทีมจากแดนอีสานของอังกฤษเลื่อนชั้นมาพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ จนซันเดอร์แลนด์ตัดสินใจซื้อขาดเจ้าตัวมาร่วมทีมในปี 1996 แต่เมื่อกลับมาเล่นในลีกสูงสุด เขาก็ประสบปัญหาฟอร์มฝืดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สจ๊วร์ตกลับมาทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง ในเกมที่ซันเดอร์แลนด์ชนะแอสตัน วิลล่า 1-0 และในฤดูกาลนั้น เจ้าตัวก็ทำประตูไป 4 ลูกด้วยกัน แต่มันก็ไม่เพียงพอจะช่วยให้ทัพแมวดำรอดพ้นจากการตกชั้นได้


อันดับ 7 (ร่วม) : เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ (40 เกม)

ดิยุฟออกสตาร์ทกับลิเวอร์พูลได้อย่างน่าประทับใจ โดยเขาทำไป 2 ประตู ในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเป็นเกมแรกของเขากับทัพหงส์แดง แต่หลังจากนั้น เหล่าสเกาเซอร์ก็ต้องรออีกถึง 19 เกม กว่าที่ดาวยิงทีมชาติเซเนกัลจะทำประตูให้ทีมได้อีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นเกมที่พวกเขาชนะโบลตัน 2-0 และนั่นก็เป็นประตูสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ด้วย

ฤดูกาลต่อมา ดิยุฟทำประตูให้ทัพหงส์แดงไม่ได้เลยจากการลงสนาม 26 เกมในลีก จนฤดูกาล 2004/05 เขาถูกปล่อยยืมไปอยู่กับโบลตัน และเจ้าตัวก็กลับมาทำประตูได้ ในเกมที่โบลตันเอาชนะนิวคาสเซิล 2-1 และประตูดังกล่าวก็ช่วยหยุดสถิติทำประตูไม่ได้ต่อเนื่องของตัวเองไว้ที่ 40 เกม


อันดับ 7 (ร่วม) : เอียน โดวี่ (40 เกม)

โดวี่เป็นกองหน้าอีกคนที่เคยยิงประตูไม่ได้ต่อเนื่องกันถึง 40 เกมลีก กองหน้าทีมชาติไอร์แลนดืเหนือรายนี้กลับมาลงเล่นให้กับเวสต์แฮมเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาล 1995/96 และทำประตูไปได้ 8 ลูกด้วยกัน และเขาก็ถือเป็นที่รักของแฟนขุนค้อนพอสมควร

แต่หลังจากทำประตูช่วยให้ทีมเอาชนะแมนฯ ซิตี้ 4-2 ได้เมื่อปี 1996 โดวี่ก็ไม่สามารถยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้อีกเลย ทั้งที่เขามีโอกาสมากมายพอสมควร ในฤดูกาล 1996/97 ดาวยิงไอร์แลนด์เหนือรายนี้ได้ลงสนามไป 23 เกม ส่วนฤดูกาลถัดมา เจ้าตัวได้ลงเล่นให้เวสต์แฮมอีก 12 เกม ก่อนที่จะอำลาทีมไปอยู่กับควีนส์ปาร์คในที่สุด


อันดับ 4 (ร่วม) : รอนนี่ โรเซนทัล (45 เกม)

บางที มันอาจจะเป็นเพราะความกดดันที่ต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งกับเท็ดดี้ เชอริงแฮม และเจอร์เกน คลินส์มันน์ ที่สเปอร์ส ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ล่ะมั้ง หรือไม่งั้น ก็อาจจะเป็นเพราะการพลาดสุดเหลือเชื่อในเกมเจอแอสตัน วิลล่า ตอนที่ยังเป็นนักเตะลิเวอร์พูล จึงทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มออกมาได้เลย ตลอด 3 ปี ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน

ฤดูกาลแรกกับทัพไก่เดือยทอง ดาวยิงทีมชาติอิสราเองไม่สามารถยิงประตูให้ทีมได้เลย และเมื่อทำประตูตีเสมอในเกมกับเวสต์แฮมเมื่อเดือนมีนาคม 1995 ได้ เขาก็ต้องใช้เวลาอีก 2 ปี เพื่อที่จะยิงประตูอีกลูก ในเกมที่สเปอร์สบุกไปพ่ายดาร์บี้ 2-4


อันดับ 4 (ร่วม) : ไบรอัน แมคแคลร์ (45 เกม)

คุณคงไม่คิดหรอกว่า ดาวยิงคนแรกที่ทำประตูในลีกสูงสุดให้แมนฯ ยูไนเต็ด เกิน 20 ประตู/ฤดูกาล นับตั้งแต่ที่จอร์จ เบสต์ เคยทำได้ จะมาติดอยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ แต่ไบรอัน แมคแคลร์ ก็ติดมาในการจัดอันดับครั้งนี้ เขาพลาดการทำประตูในลีกถึง 45 เกมติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกเลยว่าในช่วงที่แมคแคลร์เริ่มปืนฝืดนั้น เกิดขึ้นเพราะเขาโรยราลง และเริ่มกลายมาเป็นตัวสำรองของทัพปีศาจแดง เจ้าตัวมักจะได้ลงสนามแค่ช่วง 15 นาทีสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ดาวเตะชาวสก็อตยิงประตูให้ทีมไม่ได้


อันดับ 4 (ร่วม) : ริชาร์ด เครสเวลล์ (45 เกม)

เครสเวลล์ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปทั้งสิ้น 67 เกม กับทีมอย่างเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์, เลสเตอร์ และสโต๊ค ซึ่งเขาทำประตูในลีกสูงสุดของอังกฤษไปเพียง 2 ลูกเท่านั้น และ 2 ลูกนั้นก็เกิดขึ้นสมัยที่เจ้าตัวยังเล่นให้กับทัพนกเค้าแมว

หลังจากทำประตูได้ในเกมพบเวสต์แฮม เมื่อปี 2000 ดาวเตะจอมพเนจรรายนี้ก็ไม่สามารถทำประตูได้อีกเลยตลอด 4 ฤดูกาลบนพรีเมียร์ลีก หรือหากคิดเป็นเวลาปกติก็นานถึง 10 ปี อย่างไรก็ตาม เครสเวลล์ทำผลงานได้ดีเมื่อไม่ได้ลงเล่นในลีกสูงสุด เมื่อเขาทำประตูได้ถึง 119 ลูกจากการเล่นให้กับยอร์ค ซิตี้, เปรสตัน และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด


อันดับ 3 : ไซโด เบราฮิโน่ (48 เกม)

นี่เป็นกองหน้าคนเดียวที่ยังคงทำประตูในลีกไม่ได้จนถึงปี 2018 เบราฮิโน่ทำประตูไม่ได้เลยตลอดเวลา 2 ปีที่อยู่กับสโต๊ค จะว่าไปแล้ว เป็นโชคดีเหมือนกัน ที่ทัพช่างปั้นหม้อหล่นไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิพ เพราะมันทำให้สถิติการยิงประตูในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ของดาวยิงรายนี้ยังหยุดที่ 48 เกมเท่านั้น

สโต๊คจ่ายเงินเป็นจำนวน 12 ล้านปอนด์ เพื่อคว้ากองหน้าทีมชาติบุรุนดีรายนี้มาร่วมทีมในเดือนมกราคม 2017 ซึ่งเขาก็ใช้เวลานาถึง 913 วัน กว่าจะทำประตูแรกให้ทีมได้ โดยมันเกิดขึ้นในเกมกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ในอีเอฟแอล คัพ รอบ 2 ที่แข่งกันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมันก็ช่วยให้ทัพช่างปั้นหม้อเอาชนะไปได้ 2-0


อันดับ 2 : หลุยส์ บัว มอร์ต (56 เกม)

การทำประตูไม่ได้ใน 2 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 2006/07 บวกกับการทำประตูไม่ได้เลยตลอดฤดูกาล 2007/08 และ 2008/09 ก็ทำให้ตอนนั้น เขากลายเป็นเจ้าของสถิติกองหน้าที่ทำประตูในลีกติดต่อกันไม่ได้มากที่สุด ด้วยจำนวน 56 เกม

บัว มอร์ต กลับมาทำประตูได้อีกครั้งในปี 2010 ในเกมที่ทีมเสมอกับแมนฯ ซิตี้ 1-1 UFABET ทั้งที่นั่นเป็นเกมลีกเกมเดียวที่เขาได้รับโอกาสในฤดูกาล 2009/10 แต่หลังจากนั้น ดาวเตะชาวโปรตุกีสก็ทำประตูในลีกไม่ได้อีก 22 เกมติดกัน และเขาก็อำลาพรีเมียร์ลีกไปเล่นในดิวิชั่น 2 ของกรีซ ในที่สุด


อันดับ 1 : อลัน สมิธ (70 เกม)

หากเบราฮิโน่กลับมา เขาอาจจะทำผลงานได้ดีขึ้น และคงกลับมาทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้ก่อนหน้าสมิธแน่ ufabet168 เพราะสถิติของดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้คงยากเกินกว่าจะหาคนมาทำลายได้ โดยอดีตดาวเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ เคยทำประตูในพรีเมียร์ลีกไม่ได้นานถึง 70 เกมติดต่อกัน

สมิธมีชื่อเสียงเป็นยากมากตอนที่ย้ายจากลีดส์ มาอยู่กับทีมคู่ปรับสำคัญอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2004 เขาทำไปได้ 6 ประตูในฤดูกาลแรก ก่อนที่ซีซั่นต่อมาจะทำได้เพียงลูกเดียวในเกมกับชาร์ลตัน และนั่นก็กลายเป็นประตูสุดท้ายที่ดาวเตะผมบลอนด์ทำได้ในพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการที่สมิธปืนฝืดนั้น มีเหตุผลมาจากการถูกเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองกลาง และนั่นก็ทำให้ตลอด 18 เกมที่ได้ลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด หลังยิงชาร์ลตันได้ และอีก 52 เกมที่ลงเล่นให้นิวคาสเซิล สมิธไม่สามารถทำประตูได้อีกเลย และสถิติยิงไม่ได้ 70 นัดติดต่อกันของสมิธ ก็เป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีกในปัจจุบันด้วย


Powered by UFABET


ufabet168ทำความรู้จัก ดีโอโก้ ดาล็อท ฟูลแบ็คผู้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายของ “ยูไนเต็ด”

ufabet168ทำความรู้จัก ดีโอโก้ ดาล็อท ฟูลแบ็คผู้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายของ “ยูไนเต็ด”

ufabet168ในวันนี้ โฟร์โฟร์ทูจะพาทุกท่านไปรู้จักกับฟูลแบ็คดาวรุ่ง ที่น่าจะเป็นอนาคตให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ไปอีกนาน อย่างดีโอโก้ ดาล็อท มาดูกันว่าเขาเป็นใคร มีที่มาอย่างไร และคนอื่นๆ พูดถึงเขาอย่างไรบ้าง

เกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด คืนฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถล่มทีมบ๊วยอย่างฟูแล่มไปขาดลอยถึง 4-1

นอกจากการเล่นของทีมที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก คือฟอร์มการเล่นของแบ็คขวาที่เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมในซัมเมอร์นี้ เขาเติมเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม มีลูกครอสที่สร้างความอันตรายให้กับแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ เจ้าหนุ่มคนนี้เพิ่งจะมีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น ดาวรุ่งคนนี้เป็นชาวโปรตุเกส และมีชื่อว่า ดีโอโก้ ดาล็อท

ว่าแล้ว เราก็ไปทำความรู้จักกับฟูลแบ็ครายนี้กันดีกว่า ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน มีสไตล์การเล่นอย่างไร และคนอื่นๆ มองเจ้าหนุ่มวัย 19 ปี รายนี้เป็นอย่างไร


รู้จัก ดีโอโก้ ดาล็อท

สำหรับคอเกม Football Manager พวกเขาก็อาจจะเคยได้ยินชื่อของดาล็อทมาบ้าง เพราะเขาถือเป็นนักเตะดาวรุ่งชั้นยอดในเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลชื่อดังเกมนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็อาจจะยังไม่รู้ว่า ดาล็อทตัวจริงนั้นเป็นใคร มีฝีเท้าเป็นอย่างไร

ดีโอโก้ ดาล็อท มีชื่อเต็มว่า โจเซ่ ดีโอโก้ ดาล็อท เตเซร่า เกิดเมื่อ 18 มีนาคม 1999 ที่เมืองบราก้า ประเทศโปรตุเกส เจ้าตัวเริ่มเล่นเข้าสู่ระบบฟุตบอลเยาวชนเป็นครั้งแรกกับอคาเดมี่ที่ชื่อว่า Escola de Formação Fintas ในปี 2007 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับทีมเยาวชนของปอร์โต้ สโมสรยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกสในปี 2008 ก่อนจะได้ลงเล่นให้กับปอร์โต้ ชุดบี เป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 2016/17 ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นไป 3 เกม

และด้วยฝีเท้าที่ดีกว่านักเตะรุ่นเดียวกัน ทำให้ฤดูกาลต่อมา ดาล็อทก็ถูกผลักดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ และเขาได้ประเดิมสนามให้กับทีมแชมป์ยุโรปปี 2004 เป็นครั้งแรก ในเกมบอลถ้วยของโปรตุเกส กับลูซิตาโน่ ในเดือนตุลาคมปี 2017 ก่อนจะได้ลงสนามช่วยทีมในฤดูกาลดังกล่าวไปทั้งสิ้น 8 นัดด้วยกัน

แม้จะได้ลงเล่นให้ปอร์โต้ชุดใหญ่ไปเพียง 8 เกม แต่ด้วยความสามารถที่เกินวัย ก็ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่รอช้า ตัดสินใจทุ่มเงินประมาณ 19 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าวันเดอร์คิดชาวโปรตุเกสรายนี้มาร่วมทีม และตอนนี้ ดาล็อทก็ได้ลงสนามให้ทัพปีศาจแดงไปแล้ว 5 เกมด้วยกัน

ส่วนในนามทีมชาติ ดาล็อทก็ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสมาตั้งแต่ชุด U-15 จนปัจจุบันเขาได้ข้ามมาเล่นให้กับทีมชาติชุด U-21 แล้ว เขาถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของโปรตุเกสชุด U-17 ที่คว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ในปี 2016 และยังเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติโปรตุเกสชุด U-19 เมื่อปี 2017 ที่ทีมเป็นรองแชมป์ยุโรป หลังพลาดท่าให้กับอังกฤษไป ซึ่งดาล็อทเองก็ทำผลงานได้ดี จนมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของการแข่งขันทั้งสองรายการที่เรากล่าวไป


ทำไมเราต้องรู้จักเขา

จากดีกรีการติดทีมยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนถึง 2 รายการ และการได้ย้ายมาอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะพอบอกได้แล้วว่า ดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ เป็นผู้เล่นที่ไม่ธรรมดาแน่นอน และเขาก็ค่อยๆ พิสูจน์ตัวเองให้เราเห็นเรื่อยๆ จนมาในการแข่งขันกับฟูแล่มเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานได้ดี จนได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ ไปครอง

โดยสถิติในเกมกับฟูแล่มจาก OPTAได้ระบุว่า ตลอด 90 นาที ดาโลต์มีสถิติจ่ายบอลสำเร็จ 50 ครั้ง คิดเป็น 90.2% ซึ่งเป็นการจ่ายบอลในจังหวะสำคัญถึง 3 ครั้ง เท่ากับฆวน มาต้า และมาร์คัส แรชฟอร์ด, ครอสบอลเข้าไปได้ถึง 8 ครั้ง และเข้าเป้า 4 ครั้ง รวมถึงชนะการดวลกลางอากาศทั้ง 3 ครั้ง ที่ตัวเองมีส่วนร่วม และเคลียร์บอลมากที่สุดในทีม ด้วยจำนวน 4 ครั้ง


จุดแข็งและจุดอ่อน

สำหรับจุดเด่น เราก็คงได้เห็นกันแล้วในเกมกับฟูแล่ม นั่นคือการครอสบอลที่แม่นยำ ไปกับบอลได้ดี และมีความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศที่ถือว่าดีกว่าฟูลแบ็คทั่วไป

ขณะเดียวกัน ดาล็อทเองก็ยังต้องปรับปรุงการเล่นเกมรับของตัวเองบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะในการเข้าปะทะ ที่เขาทำได้ไม่ดีนัก โดยตลอดการเล่นในลีก 3 เกม ดาล็อทเข้าปะทะสำเร็จเฉลี่ยเพียง 1.3 ครั้งเท่านั้น และในเกมกับฟูแล่ม ฟูลแบ็คชาวโปรตุเกสก็เข้าปะทำสำเร็จเพียง 1 ครั้งเท่านั้น


เป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น

เซร์จิโอ้ คอนไซเซา อดีตดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมของปอร์โต้ และเป็นคนที่ดึงดาล็อทขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ กล่าวถึงอดีตลูกทีมรายนี้ หลังจากส่งลงประเดินเกมลีกเป็นนัดแรกว่า “เขาเป็นเด็กที่ทำผลงานได้โดดเด่นมากกับทีมชุดบี”

“ดาล็อทเป็นคนที่มีพฤติกรรมยอดเยี่ยมมาก แต่มันก็แค่เกมเดียว ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับนักเตะที่ทำผลงานได้ดีแค่เกมสองเกมหรอก มันจะเกิดกับคนที่ทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง และดาล็อทก็มีสิทธิ์จะพิสูจน์เรื่องนี้กับปอร์โต้ เขามีคุณภาพที่จะทำอย่างนั้น เขาเป็นผู้เล่นที่ดี”

ส่วนเจ้านายคนปัจจุบันของดาล็อทอย่างโจเซ่ มูรินโญ่ ก็เคยออกมากล่าวถึงลุกทีมรายนี้ ตอนเพิ่งปิดดีลมาได้ใหม่ๆ ว่า “ดีโอโก้เป็นกองหลังดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์สูงมาก เขามีคุณภาพที่จะก้าวมาเป็นนักเตะที่ดีให้กับทีมได้อย่างรวดเร็ว เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่ฟูลแบ็คควรมี ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกาย ความฉลาดทางแท็คติก ความสามารถทางเทคนิค และยังได้รับการเตรียมพร้อมทางสภาพจิตใจ เพื่อการเติบโตขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพด้วย”

“ในรุ่นเดียวกัน เขาถือเป็นฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในยุโรป และพวกเราทั้งหมดก็เชื่อว่า เขาจะมีอนาคตที่สดใสกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รออยู่แน่นอน”

และเมื่อจบเกมกับฟูแล่ม กุนซือสเปเชี่ยล วัน ได้ออกมากล่าวชมฟูลแบ็ครายนี้ว่า “ผมยังเสียดายอยู่เลยที่เขาบาดเจ็บเมื่อเดือนพฤษภาคม ตอนยังอยู่กับปอร์โต้”

“ผมคิดว่า ที่บางสโมสรไม่กล้าเซ็นสัญญากับเขา เพราะเขาต้องผ่าตัดเข่า แต่เราเซ็นสัญญาด้วยเพราะเราไม่อยากพลาดคว้าตัวเขาเพียงเพราะอาการบาดเจ็บ เราคิดว่าปัญหานี้แก้ได้” มูรินโญ่อธิบายต่อ “ตอนนี้เรามีเขาอยู่กับทีม เขายังต้องเรียนรู้อีกมาก เขาเพิ่งอายุ 19 เองนะ”

“เขามีสภาพร่างกายที่ดี และมีเทคนิคดีมาก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสุข ชอบเติมเกมรุก และเปิดบอลได้ดีจริงๆ”


เรื่องของอนาคต

จากผลงานที่ยอดเยี่ยมในเกมล่าสุดกับฟูแล่ม และการที่ผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาอย่างอันโตนิโอ วาเลนเซีย และแอชลีย์ ยัง เริ่มจะโรยราลงไป ก็น่าจะทำให้ฟูลแบ็ควัย 19 ปี น่าจะได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมมากขึ้นแน่ และนั่นก็เป็นสิ่งที่นักเตะดาวรุ่งต้องการ

อย่างไรก็ตาม ดาล็อทอาจต้องไปพัฒนาการเล่นเกมรับของตัวเองเพื่มขึ้นสักหน่อย ufabet  เพราะมูรินโญ่นั้นชื่นชอบผู้เล่นที่เล่นเกมรับได้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ด้วยวัยเพียง 19 ปี ทำให้เขายังมีเวลาพัฒนาตัวเองอีกมาพอสมควร และหากเจ้าตัวพัฒนาตัวเองจนอดัตกุนซือเชลซีพอใจได้เมื่อไร เราก็เชื่อเหลือเกินว่า ดาล็อทจะก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คขวาอันดับหนึ่งของทีมแน่นอน

และด้วยคุณสมบัติที่ดาล็อทมี บวกกับโอกาสลงเล่นที่สม่ำเสมอ ก็อาจจะทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่เพียงฟูลแบ็คที่เก่งที่สุดหากนับเฉพาะนักเตะรุ่นเดียวกันอีกต่อไป แต่มันอาจจะช่วยให้ดาวเตะผู้เกิดที่เมืองบราก้า กลายเป็นฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลกในอนาคตก็ได้

Powered by UFABET

 

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน