UFABET168 5 ทีมฟอร์มเทพที่สมควรได้แชมป์พรีเมียร์ลีก…แต่แผ่วจนตกม้าตาย

UFABET168 5 ทีมฟอร์มเทพที่สมควรได้แชมป์พรีเมียร์ลีก…แต่แผ่วจนตกม้าตาย


ซิตี้ ว่าไง?

UFABET168ใครจะคิดว่า แมนฯ ซิตี้ ที่ไร้เทียมทานอยู่เกือบครึ่งฤดูกาล ทว่าเมื่อเข้าเดือนธันวาคม หลายสิ่งจะเปลี่ยนไปจนเป็นคนละทีม…เอาล่ะพวกเขายังไม่หมดลุ้นเเชมป์ แต่ต้องระวังไว้หน่อยเพราะนี่คือ 5 ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นเเล้วว่าหากแผ่วขึ้นมาจะจบแบบศพไม่สวยเช่นไร?


1. นิวคาสเซิล 1995/96

“เมื่อคุณฟังสิ่งที่เขา(อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน)พูดถึง ลีดส์ ผมก็เงียบมาตลอด แต่ผมอยากจะบอกพวกคุณ เขาไม่อยู่ในสายตาและผมไม่เคารพเขาอีกต่อไป ” เควิน คีแกน ให้สัมภาษณ์อย่างตบะแตกหลังเกมที่ นิวคาสเซิล ของเขา ปราบ ลีดส์ 1-0 ขณะที่ไม่กี่เกมให้ลุ้นแชมป์กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

“คุณเอาคำพูดของผมไปบอกเขาได้เลย เรายังคงอยู่ในเส้นทางการต่อสู้ลุ้นแชมป์ และเขาก็จำเป็นต้องบุกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรซ์ แล้วได้อะไรบางอย่างกลับมาบ้าง ด้วยความสัตย์จริง ผมจะสะใจ สะใจมากๆ ถ้าพวกเราแซงพวกเขาได้ สะใจสุดๆเลย”

สุดท้ายพวกเขาทำไม่ได้ ทั้งๆที่ทีมชุดนั้นของ “สาลิกาดง” มีนักเตะดีๆอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และ ดาวิด ชิโนล่า พร้อมกับมีสไตล์เปิดเกมรุกเดินหน้าฆ่าคู่แข่ง

โดย 10 เกมแรกของฤดูกาล ทีมดังแห่งอีสาน ชนะถึง 9 จาก 10 นัดแรก และเมื่อถึงเดือนมกราคม นิวคาสเซิล นำ อันดับ 2 ห่างถึง 12 แต้ม จนทำให้แฟนๆคิดว่า การรอคอยแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 1927 กำลังจะสิ้นสุดลง

ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยอม โดย 15 เกมสุดท้ายนั้น “ปีศาจแดง” ชนะไปถึง 13 นัด พร้อมกับแซงหน้า “สาลิกาดง” เป็นแชมป์หน้าตาเฉย พร้อมทิ้งความเจ็บปวดให้ “ทูน อาร์มี่” ตลอดมา

อย่างไรก็ตาม เราก็จดจำ นิวคาสเซิล ชุดนั้นว่าเป็นทีมที่เล่นได้เร้าใจแฟนๆได้มากที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก


2. ลิเวอร์พูล 2013/14

หากไม่มีใครบางคน “ลื่น” ในวันนั้น ป่านนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกไปแล้ว

โดยปีนั้น “หงส์แดง” เริ่มต้นได้ดีด้วยการชนะสามเกมรวด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ด้วย ทว่าพอเข้าสู่เดือนธันวาคม พวกเขากลับตามหลังจ่าฝูงถึง 7 แต้ม พร้อมทั้งทำท่าว่าจะหมดลุ้นแชมป์อีกครา

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังของสามแนวรุกอย่าง หลุยส์ ซัวเรส, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำให้ทีมยิงได้ถล่มทลายในหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเหนือ นอริช (5-1), เวสต์แฮม (4-1), สเปอร์ส (5-0) และ คาร์ดิฟฟ์ (3-1) จนสุดท้ายเมื่อจบซีซั่น ลิเวอร์พูล ยิงรวมได้ถึง 101 ประตู

แต่ถึงยิงได้ขนาดนั้น ทว่าพวกเขากลับอดเป็นแชมป์ เพราะจุดอ่อนคือเกมรับที่เสียไปถึง 50 ลูก

ที่น่าเสียดาย คือ ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ ขึ้นจ่าฝูงตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม พร้อมกับทำท่าว่าจะได้หยุดการรอคอยที่ยาวนาน แต่ เชลซี ก็มาหยุดความฝันของ เดอะ ค็อป ด้วยการชนะ 2-0 ก็ที่ คริสตัล พาเลซ จะมายันเสมอ 3-3 จนทำให้สถานการณ์พลิกผลัน

และนั่นทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีโอกาสชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และเหล่า “ชาวหงส์” ก็ยังคงต้องรอความสุขแบบนั้นต่อไป


3. เชลซี 2007/08

ผู้จัดการทีม เชลซี ที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล คือ อัฟราม แกรนท์

เพราะตลอดเวลาที่เขาคุมทีมใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่มีใครเคยเชื่อมือเขาแม้แต่น้อย เพราะทุกคนรู้สึกว่า แกรนท์ ใช้เส้นสายของเจ้าของทีมเข้ามา

โดยหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จากไปในเดือนกันยายน “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ชนะทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ฟูแล่ม ในอีกสามเกมถัดมา พร้อมกับตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 7 แต้มและยังแข่งมากกว่า

ทว่า หลังจากนั้น เทรนเนอร์ชาวอิสราเอล พาทีมแพ้เพียงเกมเดียวจาก 30 นัด(ชนะ 22) พร้อมกับมีโอกาสลุ้นแชมป์ตลอดทั้งปี

โชคร้ายที่เมื่อจบ 38 เกม 85 คะแนนของพวกเขาอาจจะได้แชมป์เมื่อแข่งในซีซั่นอื่น แต่ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอม โดย “ปีศาจแดง” เก็บได้ 87 คะแนน พร้อมกับคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจ

นอกจากนี้ ทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ ยังฝากรอยแผลในใจเหล่า “เดอะ บลู” อีกครั้ง หลังจากที่ ยูไนเต็ด ปราบ เชลซี ในรองชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่ จอห์น เทอร์รี่ “ลื่น” จนพลาดจุดโทษในช่วงตัดสินนั่นเอง


4. อาร์เซนอล 1998/99 UFABET

ถ้าคุณยังเด็ก คุณอาจจะไม่เชื่อว่า อาร์เซนอล เคยมีทีมชุดที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจและสวยงามขนาดนี้(ฮา)

โดยทีมชุดนั้นของ อาร์แซน เวนเกอร์ พลาดท่าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด(อีกแล้ว) ใน พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ(ปีนั้น “ปีศาจแดง” ได้สามแชมป์)

ปีนั้น “ปืนใหญ่” เก็บได้ทั้งหมด 78 แต้ม และแพ้ให้กับ ยูไนเต็ด เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

จุดเด่นของพวกเขาคือ เกมรับ ที่นำทัพโดย เดวิด ซีแมน, โทนี่ อดัมส์, ปาทริค วิเอร่า และ เดนนิส เบิร์กแคมป์ โดยตลอดทั้งฤดูกาล อาร์เซนอล เสียเพียง 17 ประตูเท่านั้น ซึ่งนั่นดีกว่า “แชมป์” อย่าง แมนฯ ยู เสียอีก


5. แมนฯ ยูไนเต็ด 2011/12

หลังจากที่สร้างความเจ็บช้ำมาให้กับหลายทีม ถึงคราที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับสถานการณ์แบบเดียวกันบ้าง โดยพวกเขากลายเป็นทีมที่ได้คะแนนสูงที่สุด แต่อดแชมป์เมื่อจบ 38 เกม

โดยต้นฤดูกาลนั้น ยักษ์ใหญ่แห่งแมนเชสเตอร์ โชว์ฟอร์มโหดด้วยการชนะ 5 นัดติดต่อกัน พร้อมยิงถล่มทลาย ทั้งเกมที่ชนะ เวสต์บรอมวิช (2-1), เอฟเวอร์ตัน (3-0), อาร์เซนอล (8-2), โบลตัน (5-0) และ (3-0) ทว่ารอยด่างก็คือ การโดนเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญอย่าง แมนฯ ซิตี้ บุกมาถล่มคา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 6-1 ในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทุกอย่างยังเป็นใจ เมื่อพวกเขานำโด่งจ่าฝูง ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีช่วงหนึ่งที่ชนะเพียงเกมเดียวจาก 5 เกม

ยูไนเต็ด เคยนำ ซิตี้ ถึง 8 แต้ม ขณะที่เหลือเวลาเพียง 6 นัด ทว่า การพ่ายแพ้ต่อ วีแกน UFABET และ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 0-1 ทั้งสองเกม ก็ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป

และ “ปีศาจแดง” ยังมาพลาดท่าเสมอ เอฟเวอร์ตัน 4-4 ในเวลาต่อมา จนทำให้ชะตากรรมลุ้นแชมป์ไม่ได้อยู่ในมือพวกเขา เพราะแม้จะมีคะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ซิตี้ บานเบอะ

ไคลแม็กซ์ มาเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของวันสุดท้ายแห่งซีซั่น หลังจากที่ ยูไนเต็ด ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ขณะที่สกอร์ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็น “เรือใบ” ตามหลัง คิวพีอาร์ 1-2

สุดท้ายเป็นอย่างที่เรารู้กัน เมื่อ ซิตี้ ยิงสองประตูรวด พร้อมกับปล้นแชมป์ของ “ปีศาจแดง” ในสามนาที

พร้อมกับทิ้งให้เป็นเกมแห่งตำนานตลอดกาล…


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน